สารธรรมชาติ กับ สารสังเคราะห์ ตอนที่1

   

โลก ของเรานี้ เกิดมาจากธรรมชาติและดำรงอยู่ได้ด้วยสมดุลของธรรมชาตินับล้านล้านปี ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติของสรรพสิ่งคือการเกิดขึ้นมาจากเหตุและปัจจัยแวด ล้อมที่เหมาะสมการตั้งอยู่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงจนดับสลายสูญไป เพื่อเกิดสิ่งใหม่เป็นการไหลเวียนเปลี่ยนถ่ายของธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศธาตุอันเป็นที่ตั้งแห่งน้ำ ลม ไฟ อันรวมตัวผสมผสานกันขึ้นเป็นสรรพสิ่งทั้งหลายสมมุติเรียกว่าเป็น เหล็ก หินไม้ พลาสติก สัตว์ พืช ต่างๆ กัน สรรพสิ่งในโลกเราอาจแบ่งได้เป็น 2 พวก คือ สิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งทั้งสองสิ่งล้วนอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติของสรรพสิ่ง เช่นเดียวกันต่างกันแต่เพียงว่าสิ่งมีชีวิตนอกจากประกอบขึ้นด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศธาต

เช่นเดียวกับไม่มีชีวิตแล้วยังประกอบด้วยวิญญาณธาตุซึ่งในความในหมายที่คนใน ยุคนี้เข้าใจกันว่าคือ ชีวิต ( Bios ) ซึ่งมีวิญญาณ ( Vital ) บ้างเรียกว่าพลังชีวิตอันเป็นพลังงานที่ละเอียดซับซ้อนคอยควบคุมบงการการ เปลี่ยนแปลงถ่ายเทธาตุทั้งมวลให้เกิดการพัฒนา และรักษาความสมดุลของธาตุในตัวเองได้ในระดับหนึ่งต่างจากสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งการไหลเวียนถ่ายธาตุทั้งมวลเป็นไปตามสภาวะแวดล้อม โดยที่ตัวมันเองไม่อาจควบคุมบงการเปลี่ยนแปลงถ่ายธาตุในตัวของมันเองได้ ความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งในโลกเรานี้ทั้งสิ่งมีชีวิต และไม่มีชีวิตล้วนดำรงอยู่ร่วมกันด้วยความสัมพันธ์มีการไหลเวียนเปลี่ยนถ่าย ธาตุและเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ แม้ว่าในยุคปัจจุบันวิทยาศาสตร์ได้ก้าวหน้ามาถึงระดับของนาโนไบโอเทคโนโลยี และควอนตัม แล้วก็ตามมนุษย์ก็ยังคงมีคำถามและปัญหาอีกมากมายที่ต้องการการศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติให้มากให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น จนนักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าของโลกมักกล่าวกันเสมอว่ายิ่งศึกษาค้นคว้ายิ่ง พบว่ามนุษย์เรารู้จัก และเข้าใจโลกและชีวิตตื้นเขินเหลือเกินยังมีความความลับของโลก และชีวิตอีกไม่รู้เท่าไรที่ต้องศึกษาค้นคว้าวิจัยทำความเข้าใจไม่รู้ว่าจะ ต้องใช้คน ใช้เวลา อีกล้านคนกี่ชั่วชีวิตจึงจะสามารถเข้าใจธรรมชาติอย่างถ่องแท้ได้

การที่มนุษย์จะศึกษาค้นคว้าวิจัยให้มีความรู้จักธรรมชาติอย่างถ่องแท้อาจจะ ยังห่างไกลดังที่กล่าวมาแล้วหรืออาจไม่มีวันนั้นเลยก็ได้ แต่ในวันนี้มนุษย์อาจเกิดปัญญาญาณที่จะเข้าใจธรรมชาติได้โยไม่จำเป็นต้อง รู้จักทั้งหมดของธรรมชาติ เช่นเดียวกับ ภูมิปัญญาตะวันออกเราไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญาจีนที่กล่าวถึง หยิน – หยาง และปัญจธาตุ ภุฒิปัญญาอินเดียวกับที่กล่าวถึงมหาภูตรูป ปัญจมหาภูตะและปราณะ หรือของไทยเราซึ่งยึดโยงภูมิปัญญากับศาสนาพุทธซึ่งกล่าวถึงกฎเกณฑ์ของสรรพ สิ่งในสากลจักวาลว่าล้วนมีลักษณะไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สรรพสิ่งล้วนเกิดมา ตั้งอยู่ และดับไป ( ชาตะ จลนะ ภิณนะ) ตามเหตุและปัจจัย โดยที่สรรพสิ่งล้วนประกอบขึ้นด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ รวมตัวกันเป็นสิ่งที่มีรูปร่าง ไร้รูปร่าง หรือพลังงานที่ละเอียดสู่หยาบภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ นอกจากนั้นในสิ่งมีชีวิตยังมีจิต และวิญญาณคอยควบคุมกำกับธาตุทั้งหลายนี้คือองค์ความรู้ภูมิปัญญารวบยอดของ ไทยเราภายใต้ปรัชญาพุทธ ตามที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ความรู้นั้นเปรียบเสมือนใบไม้ในพระหัตถ์ของพระองค์กับใบไม้ในป่าใหญ่ ซึ่งมีความเหมือนกันคือเป็นความรู้ ต่างกันแต่ในด้านของปริมาณความกว้างขวาง หลายหลาย และที่สุดแล้วจุลจักรวาลจำลองจักรวาล คือ กฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติรังสรรค์ให้เกิดธรรมชาติ และ ควบคุมวิถีแห่งการแปรเปลี่ยนของธรรมชาติ หากเราศึกษาจนเข้าใจในเกณฑ์สากลของธรรมชาติเหมือนเราศึกษาเข้าใจใบไม้ในพระ หัตถ์ให้ถ่องแท้เราย่อมสามารถเข้าใจใบไม้ทั้งปวงที่อยู่ในป่าได้เช่นกัน

ที่กล่าวมานี้ เพื่อนำเสนอให้เห็นว่าการดำรงอยู่ของมนุษย์ในโลกนี้ต้องเข้าใจและยอมรับใน กฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติมากกว่าที่จะอหังการ์ว่าตนเป็นนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถรู้และเข้าใจทุกสรรพสิ่งในธรรมชาติได้อย่างถ่องแท้แล้วคิดที่ดัด แปลงแก้ไขกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ โดยมุ่งที่จะเอาชนะธรรมชาติครอบครองธรรมชาติเป็นของตน เช่นเดียวกับมนุษย์ในปัจจุบันนี้ลืมไปแล้วว่ามนุษย์ทุกคนเป็นเพียงคนของแผ่น ดินเป็นผลิตผลของแผ่นดิน ไม่มีมนุษย์ใดในโลกนี้ต้องตั้งแต่อดีตกาลปัจจุบันกาล และอนาคตกาลที่จะกล่าวอ้างได้ถึงความเป็นเจ้าของ ความเป็นจ้าวเหนือธรรมชาติ เหนือเกณฑ์ของการ เกิดมา ตั้งอยู่ และดับไปแห่งสรรพสิ่ง เพื่อที่จะมาครอบครองธรรมชาติและแผ่นดินเป็นของตน มนุษย์จึงควรศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อให้รู้จัก ละเข้าใจธรรมชาติ รู้จักประยุกต์ใช้สรรพสิ่งในธรรมชาติอย่างสมดุล ให้ยังประโยชน์สุขแก่มวลมนุษย์และธรรมชาติแวดล้อม

สารธรรมชาติ คือ สิ่งที่ธรรมชาติสังเคราะห์สร้างขึ้นมาตามธรรมชาติของสิ่งนั้น ทั้งจากสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตเป็นสารที่เกิดจากธรรมชาติ ยังคงรักษาสมดุลของธรรมชาติไว้โดยสมบูรณ์มีการเกิดการเสื่อมสลายดับสูญสู่ ธรรมชาติ เพื่อก่อให้เกิดสรรพสิ่งอื่น ไปตามวัฏจักรการไหลเวียนเปลี่ยนถ่านของธาตุ และพลังงาน จากชีวิตสู่ชีวิตจากสรรพสิ่งสู่สรรพสิ่งไม่มีวันสิ้นสุดตราบที่ยังคงสมดุล แห่งธรรมชาตินั้นไว้

สารสังเคราะห์คือสารที่มนุษย์ศึกษษค้นคว้าวิจัยจากธรรมชาติจนคิดว่ารู้ และเข้าใจในสิ่งนั้นอย่างถ่องแท้สามารถสังเคราะห์สร้างสารนั้นขึ้นมาทดแทน การสร้างของธรรมชาติ ตลอดจนมีการดัดแปลงต่อเติมโครงสร้างบางประการให้เป็นตามที่ตนต้องการ โดยอาจไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสมดุลของธรรมชาติภายใต้กฎเกณฑ์การเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปโดยสัมพันธ์กับมิติของชีวิตจิตวิญญาณของมิติของกาลเวลาใน ธรรมชาติ ซึ่งก่อให้เกิดการรบกวนกฎเกณฑ์การควบคุมสมดุลของธรรมชาติโดยปกติ เช่น การสังเคราะห์โพลิเมอร์หลายชนิดที่ทนทานต่อการย่อยสลายในสภาวะแวดล้อมปกติ ของธรรมชาติในปัจจุบัน การตัดต่อพันธุกรรมพืช และสัตว์ให้ผิดเพี้ยนจากวิวัฒนาการปัจจุบันโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม สมดุลในกาลปัจจุบัน โดยมุ่งสนองต่อตัณหากิเลความเก่งกล้าของตนเองเป็นสาเหตุให้เกิดการสูญพันธุ์ ของพืช และสัตว์หลายชนิดจากการแทรกแทรงวิถีปกติของธรรมชาติ เช่น การตัดต่อเอาสารพันธุ์กรรมของแบคที่เรียไปใส่ไว้ในพืชตระกูลฝ้าย แล้วจดสิทธิบัตรเป็นพันธุ์พืชของตนเองเรียกว่าฝ้าย BTในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการปกป้องการละเมิดสิทธิบัตรของตน หรืออาจเจตนาทำลายฝ้ายธรรมชาติให้สูญพันธุ์หวังการผูกขาด การปลูกฝ้ายจึงตัดต่อยีนส์ให้ฝ่าย BT เป็นหมันโดยไม่ได้มีการป้องกันการปนเปื้อนยีนส์ BT จากการผสมเกสรของแมลงให้เป็นหมันในรุ่นต่อมา หรือยีนส์ BTของแบคทีเรียอาจกระตุ้นให้ฝ้าย BT สร้างสารพิษทำลายแมลงในธรรมชาติ จนกระทบห่วงโซ่ความสมดุลของแมลงในธรรมชาติจนเกิดการสูญพันธุ์ของพืชตระกูล ฝ้ายและแมลงในธรรมชาติได้

จะเห็นได้ว่าการเกิดขึ้นของสารสังเคราะห์ หรือการสังเคราะห์สร้างสรรพสิ่งที่ผิดเพี้ยนจากธรรมชาติโยยังขาดความตระหนัก ในความละเอียดอ่อน ซับซ้อน ลึกซึ้งในสมดุลของธรรมชาติอาจก่อให้เกิดหายนะภัยแก่ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเกินกว่าจะแก้ไขเยียวยาได้ในปัจจุบันมนุษย์พบว่าอัตราการสูญ เผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติเพิ่มขึ้น ในอัตราที่น่าตกใจความหลากหลายทางชีวภาพที่เสื่อมทรุดหดหายไป ย่อมหลีกไม่พ้นที่จะกระทบต่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นเดียวกับการ เกิดโรคอุบัติใหม่ทั้งหลาย เช่น ไข้หวัดซาร์ เอดส์ ไข้หวัดนก และอื่นๆ และโรคความเสื่อมจากการเสียสมดุลของร่างกายจากผลกระทบของสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกระทบต่อสมดุลของธาตุในร่างกาย เช่น โรคเบาหวาน ไขมันในเลือด โรคไต และ ตับวายจากการทำงานหนัก ในการขจัดสารแปลกปลอมต่างๆที่รบกวนสมดุลของร่างกายโดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ เหล่านี้ล้วนเกิดจากผลกรรมที่มนุษย์แทรกแทรงสมดุลของธรรมชาติให้เสียไปทั้ง สิ้น